วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

ข้อสอบกลางภาค ปีการศึกษา 2556 ข้อที่ 2


ข้อ2.ในการพัฒนาหลักสูตรต้องอาศัยพื้นฐานการพัฒนาด้านใดบ้าง อย่างไร นักศึกษาเห็นว่าเนื้อหาสาระใดมีความสำคัญยิ่ง จงนำเสนอแนวคิดถึงความสำคัญ

การพัฒนาหลักสูตรนั้นมีพื้นฐานที่จำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรอยู่ 5 ด้านคือ
             1. ข้อมูลพื้นฐานด้านปรัชญาการศึกษา
             2. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านจิตวิทยา
             3. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านสังคมของผู้เรียน
             4. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านวิชาการ
             5. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
             จะเห็นว่าข้อมูลทั้ง 5 ด้านมีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาหลักสูตรด้วยกันทั้งนั้น การที่จะพัฒนาหลักสูตรขึ้นมานั้นหากเรามีความเข้าใจหรือเน้นที่ด้านใดด้านหนึ่งก็จะเป็นหลักสูตรที่ไม่สามารถตอบสนองต่อผู้เรียนได้ เราจึงต้องมีความเข้าใจทั้ง 5 ด้านอย่างชัดเจน และถ่องแท้
         1. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านปรัชญา
              บทบาทของนักปรัชญาการศึกษา
             1.อธิบายถึงสภาพการณ์ของการศึกษาว่าอยู่ในสภาพอย่างไร
             2.วิจารณ์ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติของการศึกษาว่า มีความเหมาะสมมากน้อยเพียงไร
             3. เปรียบเทียบแนวความเชื่อของตนกับแนวการจัดการศึกษาว่า แตกต่างกันอย่างไร โดยอาศัยการวิเคราะห์วิจารณ์จากความคิดเห็นของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
            4. เกิดความริเริ่มสร้างสรรค์ในการพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น หรือกำหนดแนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับการจัดการศึกษา
           ปรัชญาการศึกษาที่สำคัญ
           1. ปรัชญาสารนิยม  (Essentialism)
           ปรัชญาสารนิยม  เชื่อว่า การศึกษาเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดความรู้และความจริงทางธรรมชาติเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ ดังนั้น หลักสูตรการศึกษาจึงควรประกอบไปด้วย ความรู้ ความจริง และการแสวงหาความรู้เกี่ยวกับกฎเกณฑ์และปรากฎการณ์ทางธรรมชาติต่าง ๆ การจัดการเรียนการสอนตามความเชื่อนี้จึงเน้นการให้ผู้เรียนแสวงหาข้อมูล ข้อเท็จจริง และการสรุปกฎเกณฑ์จากข้อมูลข้อเท็จจริงเหล่านั้น
จะเห็นได้ว่า ปรัชญาสารนิยมจะสนับสนุน The Three R’s (3R’s) คือ การอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น ความเชื่อตามปรัชญานี้ ผู้เรียนก็คือดวงจิตเล็ก ๆ และประกอบด้วยระบบประสาทสัมผัส ครูคือต้นแบบที่ดีที่มีความรู้จึงจำเป็นต้องทำหน้าที่อบรมสั่งสอนนักเรียนโดยการแสดงการสาธิต หรือเป็นนักสาธิตให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และเห็นอย่างจริงจัง
            รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนนั้น ยึดหลักส่งเสริมให้นักเรียนได้เกิดความรู้ความเข้าใจในความรู้อันสูงสุดให้มากที่สุดเท่าที่นักเรียนแต่ละคนจะทำได้ วิธีที่ครูส่งเสริมมากคือ การรับรู้และการจำ การจัดนักเรียนเข้าชั้นจะยึดหลักการจัดแบบแยกตามลักษณะและระดับความสามารถที่ใกล้เคียงกันของผู้เรียน (Homogeneous Grouping) เพื่อมิให้ผู้ที่เรียนช้าถ่วงผู้ที่สามารถเรียนเร็ว ในการสอนจะคำนึงถึงมาตรฐานทางวิชาการมากกว่าคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล  
              โรงเรียนที่เน้นกระบวนการปรัชญาสารนิยม จะมีแนวทางดังนี้
               หลักสูตร : เน้นวิชาสามัญ เช่น ภาษา เลขคณิต วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์
              วิธีสอน : บรรยายเพื่อถ่ายทอดข้อเท็จจริงอภิปรายเพื่อความกระจ่างและฝึกให้คิด
               นักเรียนในอุดมคติ : มีเหตุผล มีความรู้ และทักษะที่เป็นแก่นสำคัญของวิชาสามัญต่างๆ
               2. ปรัชญาพิพัฒนาการนิยม (Progressivism)
               การพัฒนาหลักสูตรตามแนวปรัชญานี้ จะเริ่มด้วยคำถามที่ว่า ผู้เรียนต้องการเรียนอะไรจากนั้นครูผู้สอนจึงจัดแนวทางในการเลือกเนื้อหาวิชา และประสบการณ์ที่เหมาะสมมาให้ เน้นการปลูกฝังการฝึกฝนอบรมในเรื่องดังกล่าวโดยการให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ (Experience) เนื้อหาวิชาเหล่านี้จะเกี่ยวกับตัวผู้เรียน และเกี่ยวกับสภาพและปัญหาในสังคมด้วย และส่งเสริมความรู้ที่มาจากการปฏิบัติจริง
                 ในการสอนครูจะไม่เน้นการถ่ายทอดวิชาความรู้แต่เพียงประการเดียว แต่จะคอยเป็นผู้ดูแลและให้ความช่วยเหลือเด็กในการสำรวจปัญหา ความต้องการ และความสนใจของตนเอง คอยแนะนำช่วยเด็กในการแก้ปัญหา แนะนำแหล่งต่าง ๆ ที่เด็กจะไปค้นหาความรู้ที่ต้องการจะเน้นให้เด็กมีโอกาสปฏิบัติ ส่วนการการประเมินผลจะนำพัฒนาการของเด็กในด้านต่าง ๆ เข้ามาร่วมประมวลด้วย โดยไม่เน้นการวัดความเป็นเลิศทางสมองและวิชาการเหมือนปรัชญาเช่นที่แล้วมา
                 โรงเรียนที่เน้นกระบวนการปรัชญาพิพัฒนาการนิยม จะมีแนวทางดังนี้
                 หลักสูตร : ปัญหาสังคมซึ่งจะฝึกแก้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการประชาธิปไตย
                 วิธีสอน : เรียนรู้จากประสบการณ์และการฝึกปฏิบัติ
                 นักเรียนในอุดมคติ : คิดเป็นด้วยตนเองมีความรับผิดชอบต่อสังคม ปรับตัวได้
                 3. ปรัชญาสาขาสัจนิยมวิทยา หรือนิรันตรนิยม (Perenialism)
                 แนวความคิดหลักทางการศึกษาของสัจวิทยานิยม ได้แก่ ความเชื่อที่ว่า หลักการของความรู้ จะต้องมีลักษณะจีรังยั่งยืนอย่างแท้จริง คงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเราควรอนุรักษ์และถ่ายทอดให้ใช้ได้ในปัจจุบันและอนาคต   
การจัดการเรียนการสอนตามปรัชญานี้ จะมุ่งเน้นการสอนให้ผู้เรียนจดจำ ใช้เหตุผล และตั้งใจกระทำสิ่งต่าง ๆ โดยผู้สอนใช้การบรรยาย ซักถามเป็นหลัก รวมทั้งเป็นผู้ควบคุม ดูแล ให้ผู้เรียนอยู่ในระเบียบวินัย  ส่วนการปล่อยให้ผู้เรียนมีอิสระจนเกินไปในการเรียนตามใจชอบนั้น  แต่เป็นการขัดขวางโอกาสที่ผู้เรียนจะได้พัฒนาความสามารถที่แท้จริงของเขา การค้นพบตัวเองต้องอาศัยระเบียบวินัยในตนเอง ซึ่งไม่ใช่มีโดยไม่ต้องอาศัยวินัยจากภายนอก ความสนใจในสิ่งที่เป็นความจริงแท้นั้นมีอยู่ในตัวคนทุกคน แต่มันจะไม่สามารถแสดงออกมาได้โดยง่าย ต้องอาศัย       การศึกษาที่ช่วยฝึกฝนและดึงความสามารถเหล่านี้ออกมา
                 โรงเรียนที่เน้นกระบวนการปรัชญาสัจนิยมวิทยา จะมีแนวทางดังนี้
                 หลักสูตร : อ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น และศิลปะศาสตร์
                 วิธีสอน :  เน้นการใช้เหตุผลเชิงตรรกวิทยา ขยันหมั่นเพียรและฝึกฝนวิทยาการ
                 นักเรียนในอุดมคติ : ใช้เหตุผลตามหลักการจิตใจสูงกว่าสภาพตามธรรมชาติเยี่ยงสัตว์โลก
                4. ปรัชญาสาขาปฏิรูปนิยม (Reconstructionism)
                พวกปฏิรูปนิยมมองโรงเรียนว่า เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างระเบียบทางสังคมขึ้นมาใหม่ การจัดหลักสูตรตามแนวของปฏิรูปนิยม จึงเน้นเนื้อหาสาระและวิธีการที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ถึงความรับผิดชอบที่จะปฏิรูป และสร้างสังคมใหม่ที่ดีกว่าขึ้นมา ทั้งในระดับชุมชน ประเทศ และระดับโลกในที่สุด
                  ความมุ่งหมายของหลักสูตรจะเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถและทัศนคติที่จะออกไปปฏิรูปสังคมให้ดีขึ้น เนื้อหาวิชาและประสบการณ์ที่เลือกมาบรรจุในหลักสูตรจะเกี่ยวกับสภาพและปัญหาของสังคมเป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาวิชาเหล่านี้จะเน้นหนักในหมวดสังคมศึกษา เพราะปรัชญานี้เชื่อว่า การปฏิรูปสังคม หรือการพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น โดยกระบวนการช่วยกันแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม การจัดระเบียบของสังคม การอยู่ร่วมกันของคนในสังคม และการส่งเสริมประชาธิปไตย เป็นหน้าที่ของสมาชิกในสังคม และการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้
               โรงเรียนที่เน้นกระบวนการปรัชญาสัจนิยมวิทยา จะมีแนวทางดังนี้
                หลักสูตร :ประถมศึกษาเน้น ความรู้พื้นฐาน
                                 มัธยมศึกษาเน้น ความสำคัญในการทำให้สังคมนั้นดีขึ้น
                                 อุดมศึกษา เน้นผู้นำแก้ไข ปรับปรุงสังคม
                วิธีสอน : วิเคราะห์ปัญหาทางสังคมฝึกใช้วิธีการแก้ปัญหาที่วางแผนไว้เป็นอย่างดี
                นักเรียนในอุดมคติ : มีความต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมไปในแนวทางที่ดีมากยิ่งขี้น
               5. ปรัชญาสาขาอัตถิภาวนิยม (Existentialism)
               การจัดการศึกษาตามปรัชญานี้จึงให้ความสำคัญกับการให้เสรีภาพแก่ผู้เรียนในการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด และสนับสนุนส่งเสริมผู้เรียนในการค้นหาความหมายและสาระสำคัญของชีวิตของเขาเอง ผู้เรียนมีเสรีภาพในการเลือกสิ่งที่เรียนตามที่ตนต้องการ มีเสรีภาพในการเลือกตัดสินใจเมื่อเผชิญกับปัญหาและสถานการณ์ต่าง ๆ และรับผิดชอบในการตัดสินใจหรือการกระทำของตน
                กระบวนการเรียนการสอนยึดหลักให้ผู้เรียนได้มีโอกาสรู้จักตนเอง ช่วยให้เด็กมีความเข้าใจตนเองและเป็นตัวของตัวเอง เช่น ศิลปะ ปรัชญา การเขียน การอ่าน การละคร โดยมีครูกระตุ้นให้แต่ละบุคคลได้ใช้คำถามนำไปสู่เป้าหมายที่ตนเองต้องการ ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตน มุ่งพัฒนาเด็กเป็นรายบุคคล
               โรงเรียนที่เน้นกระบวนการปรัชญาอัตถิภาวนิยมจะมีแนวทางดังนี้
                วิธีสอน :  วิเคราะห์ความรู้สึกของตนเอง ประเมินและตัดสินใจจากการเลือกของตนเอง
                นักเรียนในอุดมคติ : แสวงหาความหมายของการดำรงอยู่ของตน รู้จักใช้เสรีภาพด้วยความรับผิดชอบ
2. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านจิตวิทยา
                 1)ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behaviorism Theory)  
                 เชื่อว่า การเรียนรู้ของมนุษย์เป็นสิ่งที่สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมภายนอก การตอบสนองสิ่งเร้าของมนุษย์เป็นพฤติกรรมแบบแสดงออก ซึ่งมีการเสริมแรงเป็นตัวการ โดยทฤษฎีนี้ จะไม่พูดถึงความคิดภายในของมนุษย์ ความทรงจำ ความรู้สึก ลักษณะของหลักสูตก็จะเน้นเนื้อหาวิชาเป็นหลัก การจัดหลักสูตรและประสบการณ์การเรียนรู้เป็นหมวดหมู่มีลักษณะต่อเนื่อง ผู้สอนเป็นศูนย์กลางจะควบคุมกิจกรรมการจัดการเรียนการสอน โดยจะพัฒนาผู้เรียนไปตามแนวทางที่กำหนดไว้
                 2)ทฤษฎีปัญญานิยม (Cognitivism Theory)  
                  จะมีลักษณะการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การออกแบบหลักสูตรประสบการณ์การเรียนและการสอน จะจัดตามลำดับขึ้นของการพัฒนาผู้เรียนแต่ละช่วงวัย โดยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้แบบค้นพบหรือการแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์
                 3) ทฤษฎีมนุษยนิยม (Humanistic View of Motivation) จะมีการจัดหลักสูตรเพื่อชีวิตและสังคม โดยพัฒนาผู้เรียนให้เป็นสมาชิกที่ดีของสังคมเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ บทบาทของผู้สอนจะเป็นผู้เอื้ออำนวยการเรียนรู้ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจให้เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการ ให้ผู้เรียนได้สำรวจค้นพบตนเอง
3. ข้อมูลพื้นฐานทางด้านสังคมและวัฒนธรรม
              การศึกษาทำหน้าที่สำคัญคือ อนุรักษ์และถ่ายทอดวัฒนธรรมของสังคมไปสู่คนรุ่นหลังและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของสังคมให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ โดยหน้าที่ดังกล่าวการศึกษาจะช่วยควบคุมการเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นไปในทิศทางที่พึงปรารถนา เพราะฉะนั้นหลักสูตรที่จะนำไปสอนอนุชนเหล่านั้นจึงต้องมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสังคมอย่างแยกไม่ออก และโดยธรรมชาติของสังคมและวัฒนธรรมมักมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ดังนั้น การพัฒนาหลักสูตรจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงข้อมูลทางสังคมและวัฒนธรรมที่เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ จึงจะทำให้หลักสูตรมีความสอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน สามารถแก้ปัญหาและสนองความต้องการสังคมได้  
4. ข้อมูลพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
                 ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไป ผู้เรียนเกิดความจำเป็นต้องเพิ่มความรู้ใหม่ ทักษะใหม่ และต้องเปลี่ยนแปลงเจตคติใหม่ทำให้เกิดความจำเป็นต้องเพิ่มความรู้ใหม่เพื่อให้คนในสังคมสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้ โดยการใช้การศึกษาทำหน้าที่สร้างประชาชนที่มีคุณภาพและมีความสามารถปรับตัวเข้ากับการความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม หลักสูตรที่นำมาใช้จำเป็นต้องมีความสอดคล้องกับความเจริญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ความเจริญทางด้านนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเนื้อหาของหลักสูตรและการเรียนการสอน เช่น อุปกรณ์การสอนใหม่ๆ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ คอมพิวเตอร์ วิทยุ โทรทัศน์ เครื่องบันทึกเสียง วีดิทัศน์  ไมโครฟิล์ม โพรเจกเตอร์ วิธีการสอนใหม่ซึ่งใช้เครื่องมือต่างๆ ช่วย เช่น วิทยุการศึกษา โทรทัศน์การศึกษา การศึกษาทางไกล การสอนแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นต้น
                วัสดุอุปกรณ์ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และวิธีการสอนที่อาศัยความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหล่านี้ สามารถช่วยให้การจัดการศึกษามีประสิทธิภาพสูงกว่าการสอนในอดีต ผู้พัฒนาหลักสูตรควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าในเรื่องดังกล่าวแล้วนำมาพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมด้วย
5. ข้อมูลพื้นฐานวิชาการ การพัฒนาหลักสูตรนั้นต้องคำนึงถึงเกณฑ์ในการพิจารณาการเลือกเนื้อหาสาระลงใน  รายวิชาว่ามีปรัชญาของหลักสูตรเน้นในเรื่องใด เช่น การเน้นทางด้านเนื้อหา หรือกระบวนการแสวงหาความรู้ ความคิดรวบยอดหลักๆที่จะเป็นแนวทางไปสู่การพัฒนาความคิด ค่านิยมของผู้เรียนที่เหมาะกับวุฒิภาวะ ธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้เรียนและสามารถเชื่อมโยงสัมพันธ์กับรายวิชาอื่นๆได้อย่างไร นักพัฒนาหลักสูตรนั้นจำเป็นต้องกำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจน รวมทั้งข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการปรับความคิดที่หลากหลายภายในคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรให้มีเอกภาพ เพื่อสรุปและประมวลสาระของรายวิชามาลงไว้ในหลักสูตรโดยสอดคล้องกับธรรมชาติและวัฒนธรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น